วัดมิ่งเมือง

วัดมิ่งเมือง ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๓ เดิมเป็นวัดไทยใหญ่ มีอายุเท่ากับเมืองเชียงราย คือประมาณ 800 ปี เนื่องด้วยในสมัยก่อนมีชุมชนไทยใหญ่อาศัยอยู่รอบบริเวณวัด ประกอบกับมีศิลปะศาสนสถานและศาสนวัตถุแบบพม่า จึงถูกเรียกขานว่าเป็น วัดเงี้ยว แต่ชื่อที่ชาวเชียงรายรู้จักกันแพร่หลายคือ วัดจ๊างมูบ เป็นภาษาเหนือ แปลว่า วัดช้างหมอบ ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์และคำบอกเล่าของคนโบราณ วัดนี้มีความสำคัญเกี่ยวกับช้างคู่บารมีของพ่อขุนเม็งรายมหาราช แห่งราชอาณาจักรล้านนา องค์มหาราชลำดับที่ ๒ ของประวัติศาสตร์ไทย กล่าวคือ ในพิธีการเคลื่อนขบวนแห่พระแก้วมรกตออกทักษิณาวรรต รอบเมืองเชียงรายทางสถลมารค ในวันสำคัญทางประเพณี เช่น วันสงกรานต์ หรือ ปีใหม่เมือง จะมีการจัดเตรียมสถานที่ให้พญาช้างคู่บารมีของพ่อขุนเม็งรายมหาราชมาหมอบรอเทียบที่วัด เทินบุษบกเพื่อรับพระแก้วมรกต ที่แห่มาด้วยขบวนเสลี่ยง จากวัดพระแก้ว ซึ่งอยู่ห่างจากวัดไปทางทิศเหนือ 200 เมตร

 

     ปัจจุบันได้มีการบูรณปฏิสังขรณ์พระเจดีย์โบราณศิลปะไทยใหญ่ พระอุโบสถและพระวิหารไม้ลายคำศิลปะล้าน ของวัดมิ่งเมืองอย่างถูกต้องตามหลักพุทธศิลป์ล้านนาและทัศนศิลป์เชิงโบราณคดี ระหว่างการบูรณะได้ขุดค้นพบลายอักษรโบราณจารึกบนแผ่นเงินเป็นภาษาพม่า กล่าวถึงประวัติผู้สร้างเจดีย์ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ เมื่อสืบค้นจากพงศาวดาร จึงทำให้ทราบว่า ผู้สร้างวัดมิ่งเมือง คือ เจ้านางตะละแม่ศรี เป็นมเหสีของพ่อขุนเม็งรายมหาราชซึ่งพระนางมีเชื้อสายกษัตริย์จากเมืองหงสาวดี

 

     ในวัดมิ่งเมืองยังคงมีโบราณสถานและโบราณวัตถุปรากฏอยู่หลายอย่าง ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นศิลปะผสมระหว่างพม่าและล้านนา และมีปูชนียวัตถุสำคัญคือ พระบรมสารีริกธาตุ ประดิษฐาน ณ พระเจดีย์โบราณ ที่ได้รับการประธานจาก สมเด็จพระญาณสังวรณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

 

     วัดมิ่งเมืองอยู่ติดสถานที่สำคัญทางโบราณคดีของจังหวัดเชียงราย เป็นประตูเมืองเก่าของเมืองเชียงราย คือ ประตูไก่ดำ หรือประตูขัวดำ หรือประตูเจ้าพ่อสันป่าแดง ซึ่งคนเชียงรายเรียกยังคงเรียกบริเวณสี่แยกที่ถนนบรรพปราการตัดกับถนนไตรรัตน์ว่า สี่แยกขัวดำ ที่บริเวณประตูวัดด้านทิศตะวันออก มีบ่อน้ำโบราณ ชื่อ น้ำบ่อจ๊างมูบ ศิลปะแบบไทยใหญ่ มีซุ้มครอบไว้เป็นประติมากรรมปูนปั้นรูปช้างหมอบ เชื่อกันว่าบ่อน้ำนี้เป็นบ่อน้ำโบราณที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นแหล่งน้ำที่ใช้อุปโภคบริโภคของผู้คนโบราณที่สัญจรเข้าออกเมือง ได้มาพักกายบริเวณประตูเมืองเพื่อดื่มน้ำและล้างหน้าให้เกิดสิริมงคลก่อนจะเริ่มเดินทางออกหรือเข้าสู่เมืองเชียงราย

สถานที่ตัั้ง

     วัดมิ่งเมือง ตั้งอยู่เลขที่ 196 ถนนไตรรัตน์ ตำบลเวียง อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ภาค 6

การเดินทาง

     วัดมิ่งเมืองตั้งอยู่ที่หัวมุมถนนไตรรัตน์ตัดกับถนนบรรพปราการหรือบริเวณสี่แยกสะพานดำหรือสี่แยกขัวดำ จากตัวเมืองเชียงรายจากแยกหอนาฬิกา วิ่งมาทางตะวันตกตามถนนบรรพปราการ ผ่านย่านร้านอาหารและของฝากเมื่อถึงสี่แยกก็จะเห็นวัดมิ่งเมืองอยู่บริเวณหัวมุมด้านขวาฝั่งตรงข้ามถนน

สิ่งที่น่าสนใจ

     1 สักการะหลวงพ่อพระศรีมิ่งเมือง ตั้งอยู่ภายในวิหารของวัด เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นลงรักปิดทองทั้งองค์ ศิลปะเชียงแสนสิงห์1 ยุคต้น มีพระนามว่า “พระมงคลศากยมุนีศรีมิ่งเมือง” ขนาดหน้าตักกว้าง 80 นิ้ว ยอดพระเกตุโมฬีเป็นรูปดอกบัวตูมแกะสลักจากหินแก้วจุยเจียหรือโป่งขาม ซึ่งเป็นหินที่เกิดขึ้นในดินแดนล้านนาเท่านั้น หลวงพ่อพระศรีมิ่งเมือง อายุกว่า 400 ปี ผ่านการซ่อมแซมมาถึงสี่ครั้ง

     หลวงพ่อพระศรีมิ่งเมือง มีความเกี่ยวเนื่องกับ ฯพณฯ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ขณะที่รบในสมัยสงครามเชียงตุง ในครั้งที่ระเบิดลงตรงบริเวณวัดมิ่งเมือง ท่านได้หลบที่ใต้ถุนวิหารตรงที่ประดิษฐานหลวงพ่อศรีมิ่งเมืองจึงทำใหท่านรอดพ้นอันตราย จากเหตุการณ์ครั้งนั้นเมื่อท่านระลึกถึงพุทธานุสติครั้งใดท่านก็จะนึกถึงแต่หลวงพ่อพระศรีมิ่งเมืองเป็นองค์แรก

 

     2 พระวิหารวัดมิ่งเมือง พระวิหารไม้ลายคำศิลปผสมผสานระหว่างไทใหญ่และล้านนา กรุฝ้าเพดานแบบไตรภูมิและบราลีเป็นรูปหงส์ บนสันหลังคาวิหารประดับด้วยปราสาทจำลองตามคติความเชื่อแบบไตรภูมิ  ถือเป็นวิหารไม้หลังเดียวในเมืองเชียงรายที่หลงเหลืออยู่

 

     3 หลวงพ่อดำล้านนา ในปี พ.ศ. 2555 ในโอกาสที่วัดมิ่งเมืองมีอายุครบ 725 ปี และเมืองเชียงรายมีอายุครบ 750 ปี ทางวัดมิ่งเมืองจึงได้จัดสร้างหลวงพ่อองค์ดำจำลอง ขนาดหน้าตักกว้าง 59 นิ้ว น้ำหนัก 5 ตัน แกะสลักจากหินแกรนิตสีดำจากประเทศแอฟริกา ซึ่งเป็นเนื้อหินใกล้เคียงกับองค์จริง ที่เดิมประดิษฐานอยู่ที่มหาวิทยาลัยนาลันทา ซึ่งหลังจากนาลันทาล่มสลาย พระพุทธเจ้าองค์ดำ หรือหลวงพ่อดำนาลันทา เป็นพระพุทธรูปองค์เดียวที่เหลือรอดจากการทำลาย สำหรับพระพุทธรูปจำลององค์นี้มีพระนามว่า “หลวงพ่อดำล้านนา” เป็นพระพุทธรูปตระกูลปาละที่มีพุทธลักษณะสมบูรณ์ที่สุด

 

     4 บ่อน้ำช้างมูบ เป็นศิลปะแบบไทยใหญ่มีซุ้มครอบไว้บนหลังช้างหมอบหรือรูปแบบซุ้มโขงช้าง ประดับด้วยรูปปั้นของช้างทรงเครื่องหมอบหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ในสมัยโบราณ บ่อนี้เป็นบ่อเดียวของชุมชนในละแวกนี้ ทั้งใช้ดื่มและตักไปขาย รวมถึงแวะพักเหนื่อยระหว่างการเดินทาง ชาวบ้านผ่านไปมาก็เรียกว่าช้างมูบ

    

     5 เจดีย์วัดมิ่งเมือง เจดีย์มีศิลปะแบบล้านนา ชาวบ้านดั้งเดิมเรียกเจดีย์นี้ว่า “พระธาตุมิ่งเมือง”เป็นปูชนียสถานที่มาคู่กับวัด ประดับด้วยฉัตรสีทองศิลปะแบบพม่า เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ได้รับประทานจากสมเด็จพระญาณสังวรณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก และเป็นที่รวบรวมเก็บประวัติของวัด

ค่าเข้าชมสถานที่

     ไม่เสียค่าเข้าชม

เวลา เปิด-ปิด

     ทุกวันเวลา 08:00 – 17:00 น.

เบอร์โทรติดต่อ

     053-716961


ชื่อผู้ตอบ:

Visitors: 76,917