เขื่อนรัชชประภา

เขื่อนเชี่ยวหลาน ..หรือเขื่อนรัชชประภา เป็นเขือนผลิตไฟฟ้าที่ตั้งอยู่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี มีดีในเรื่องของธรรมชาติอันงดงาม ภูเขาหินปูนที่รูปร่างแปลกตา ทำให้ดูละม้ายคล้ายกับแหล่งท่องเที่ยวสวยๆ ต่างชาติ นอกจากนี้ยังอุดมสมบูรณ์ไปด้วยผืนป่าสีเขียว ความสงบ ไร้ซึ่งสัญญาณการติดต่อจากโลกโซเซียล หากแต่จะได้ยินเสียงของธรรมชาติ สัตว์เล็กน้อยได้อย่างดี

ประวัติความเป็นมา

      เขื่อนรัชชประภา มีชื่อเรียกดั้งเดิมว่า เขื่อนเชี่ยวหลานเป็นเขื่อนอเนกประสงค์แห่งที่สองของภาคใต้ อยู่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อก่อนสร้างแล้วเสร็จได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานนามให้ใหม่ว่า “เขื่อนรัชชประภา” มีความหมายว่า “แสงสว่างแห่งราชอาณาจักร”

      เขื่อนรัชชประภา สร้างปิดกั้นลำน้ำคลองแสง ที่บ้านเชี่ยวหลาน ตำบลเขาพัง อำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานีโดยพื้นทีส่วนใหญ่ติดอุทยานแห่งชาติเขาสกเกือบทั้งหมด เป็น เขื่อนหินถมแกนดินเหนียว สูง 94 เมตร ความยาวสันเขื่อน 761 เมตร และมีเขื่อนปิดกั้นช่องเขาขาดอีก 5 แห่ง มีความจุ 5,638.8 ล้านลูกบาศก์เมตร พื้นที่อ่างเก็บน้ำ 185 ตารางกิโลเมตร ปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเฉลี่ยปีละ 3,057 ล้านลูกบาศก์เมตร ติดตั้งเครื่องผลิตไฟฟ้า เครื่องละ 80,000 กิโลวัตต์ จำนวน 3 เครื่อง รวมกำลัง การผลิต 240,000 กิโลวัตต์ ให้พลังงานไฟฟ้าเฉลี่ยปีละประมาณ 554 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง

     เขื่อนรัชชประภา เริ่มดำเนินการก่อสร้าง เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2525 แล้วเสร็จในเดือนกันยายน2530 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชพร้อมด้วย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินเปิดเขื่อนรัชชประภา และโรงไฟฟ้าพลังน้ำ เมื่อวันพุธที่ 30 กันยายน 2530 แต่เดิมนั้นสามารถเดินทางได้โดยจาก อำเภอพนม แต่เนื่องจากเส้นทางดังกล่าวมีความสลับซับซ้อนประกอบด้วยเหวจำนวนมากเส้นทางดังกล่าวจึงต้องปิดตัวลงโดยปัจจุบันสามรถเดินทางโดยผ่านอำเภอบ้านตาขุน เขื่อนรัชชประภา เป็นโครงการพัฒนาแหล่งน้ำที่สำคัญแห่งหนึ่งในภาคใต้ ที่สร้างความมั่นคงให้แก่ระบบไฟฟ้า และความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ และสังคมของประเทศชาติ นอกจากนี้ยังเป็นโครงการเฉลิมพระเกียรติฯ เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ ในปี พ.ศ. 2530 และพระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก ในปี พ.ศ. 2531

ประโยชน์

  • การชลประทานเพื่อการเพาะปลูก ปริมาณน้ำที่ปล่อยจากเขื่อนให้ประโยชน์ต่อการเพาะปลูกพืช บริเวณสองฝั่งแม่น้ำในตอนล่าง เป็นผลให้พื้นที่ประมาณ 100,000 ไร่ ในเขตท้องที่ตำบลตาขุน อำเภอคีรีรัฐนิคม และอำเภอพุนพิน สามารถทำนาปรัง และปลูกพืชในฤดูแล้งได้ผลดี
  • บรรเทาอุทกภัย การกักเก็บน้ำของเขื่อนในฤดูฝน จะช่วยลดความรุนแรงของสภาวะน้ำท่วมในพื้นที่ตอนล่างได้เป็นอย่างดี
  • การประมง อ่างเก็บน้ำของเขื่อนรัชชประภาเป็นแหล่งประมงน้ำจืดที่สำคัญ ทุกๆ ปี การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ได้ปล่อยพันธุ์ปลาและกุ้งเป็นจำนวนมากลงไปในอ่างเก็บน้ำ สามารถให้ผลผลิตทางด้านการประมงเฉลี่ยปีละ 300 ตัน ซึ่งเป็นการส่งเสริมรายได้ให้กับราษฎรในพื้นที่ได้อีกทางหนึ่ง
  • ชะแง่นผาและผืนน้ำ จุดที่เปรียบกันว่าเป็น กุ้ยหลินเมืองไทย ในเขื่อนรัชชประภา (เขตความรับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติเขาสก)
  • การท่องเที่ยว ทัศนียภาพโดยรอบบริเวณเขื่อนและอ่างเก็บน้ำ สวยสดงดงาม และสงบร่มรื่น เหมาะแก่การไปเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ และสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวปีละกว่า 70,000 คน ให้เดินทางมาเยี่ยมชมเขื่อนรัชชประภา พื้นที่อ่างเก็บน้ำมีทัศนียภาพอันงดงาม ประกอบด้วยยอดเขาหินปูนที่โผล่พ้นน้ำขึ้นมามากมาย จนได้รับฉายาว่า "กุ้ยหลินเมืองไทย" ซึ่งพื้นที่น้ำเกือบทั้งหมด อยู่ในความดูแลของอุทยานแห่งชาติเขาสก (เว้นเพียงพื้นที่น้ำในเขตทุ่นลอย อันได้แก่ รอบพระตำหนักเรือนรับรองที่ประทับ หน้าช่องระบายน้ำ และตลอดแนวสันเขื่อน อยู่ในความรับผิดชอบของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย)[2]
  • การผลิตไฟฟ้า พลังน้ำจากเขื่อนสามารถนำมาผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ปีละ 315 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง ช่วยเสริมระบบไฟฟ้าในภาคใต้ให้มั่นคงยิ่งขึ้น นอกจากนี้น้ำที่ปล่อยผ่านเครื่องผลิตไฟฟ้า ยังส่งต่อเพื่อใช้ประโยชน์ในด้านเกษตรกรรม บริเวณพื้นที่ท้ายน้ำอีกด้วย
  • แก้ไขน้ำเสียและผลักดันน้ำเค็ม สภาพน้ำที่มีปริมาณน้อยของลำน้ำพุมดวง-ตาปี ในฤดูแล้ง ทำให้เกิดภาวะน้ำเน่าเสียได้ง่าย ขณะเดียวกันบริเวณปากแม่น้ำจะมีน้ำเค็มรุมล้ำเข้ามาตามลำน้ำ น้ำที่ปล่อยจากเขื่อนรัชชประภาจะช่วยเจือจางน้ำเสียในลำน้ำ และต้านทานการรุกล้ำของน้ำเค็มที่ปากแม่น้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ที่ตั้ง

อำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี

 

สิ่งที่น่าสนใจ

 

ล่องเรือชมเขื่อน ในบรรยากาศกุ้ยหลินเมืองไทย ล่องเรือชมวิวทิวทัศน์เหนือเขื่อนรัชชประภา หรือเขื่อนเชี่ยวหลาน จากภูมิประเทศที่เป็นเขาหินปูน และล้อมรอบด้วยผืนน้ำกว้างใหญ่ในเขื่อน ดูสวยงามแปลกตาจนได้รับฉายาว่า กุ้ยหลินเมืองไทย พิชิตจุดชมวิวเขาคมดาบ เพื่อชมทิวทัศน์ของทะเลสาบเหนือเขื่อนรัชชประภา

   

   

ที่พักแบบเรือนแพ ที่พักแบบเรือนแพ มีให้เลือกหลายแห่ง ทั้งของทางอุทยานแห่งชาติเขาสก, ของกรมป่าไม้, ที่พักของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต และของเอกชน มีอาหารบริการ และสามารถพายเรือคายัค หรือ เล่นน้ำ ที่หน้าแพที่พัก

        

 

สายหมอกยามเช้า ล่องเรือชมนกเงือกผ่านสายหมอกยามเช้าที่ลอยบนผิวน้ำอันนิ่งสงบเหนือเขื่อนรัชชประภา ท่ามกลางหุบเขาที่เย็นยะเยือ กับความนิ่งสงบรอบตัวราวกับหลุดเข้าในดินแดนแห่งเทพนิยายแฟนตาซี

  

 

หิน 3 เกลอ หรือกุ้ยหลินเมืองไทย แหล่งท่องเที่ยวเลื่องชื่ออีกแห่งหนึ่งของเขื่อนเชี่ยวหลาน ถือว่าเป็น Highlight ที่ผู้มาเยือนไม่ควรพลาดชม คือ หิน 3 เกลอ หรือกุ้ยหลินเมืองไทย ความอัศจรรย์ของธรรมชาติ เป็นเสาหินหรือเกาะหินปูนกลางน้ำตั้งตะหง่านเรียงรายกลางท้องน้ำสีมรกต

ถ้ำน้ำทะลุ หรือ ถ้ำน้ำหลุ  ถ้ำน้ำทะลุ หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ถ้ำน้ำหลุ นั่งเรือจากท่าเรือเขื่อนรัชชประภาไปประมาณ 2 ชั่วโมง หลังจากนั้นเข้าไปตามคลองแปะอีกประมาณ 15 นาที เดินเท้าต่อไปประมาณ 2 กิโลเมตร จึงถึงถ้ำทะลุ ที่มีปากถ้ำกว้างใหญ่ถึง 30 เมตร ภายในกว้างขวางมีลำธารไหลผ่านตลอดความยาว 500 เมตร ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อย รวมทั้งโขดหินที่เกิดจากการกัดเซาะของสายน้ำจนมีรูปทรงแปลกตา 

เตรียมไฟฉายให้พร้อม ต่อจากนั้นก็เริ่มเดินทางตามสายน้ำ ลุยข้ามน้ำท่ามกลางความมืดที่ถือว่าเป็นการเดินทางลำบากมาก ช่วยกันลากจูงในช่วงขณะที่ลุยน้ำ พื้นล่างจะเป็นโขดหิน จนแลดูราวกับกับโขดแก่งกลางลำห้วย 

จนกระทั่งเรามาถึงจุดหมายปลายทางที่มีเสียงดังครืนโครมของสายน้ำที่ไหลผ่านโขดแก่งหิน และยังมีสายน้ำที่ไหลตกมาจากซอกหลืบถ้ำสูง มีลักษณะเป็นน้ำตกที่ไหลถั่งโถมลงมา ผ่านชั้นม่านหินปูนอย่างสวยงาม

 

ทะเลใน 500 ไร่ ทะเลใน 500 ไร่ ทะเลสาบสีเขียวมรกต และภูผาหินปูนรูปต่างต่างๆที่สูงเสียดฟ้า ยืนตระหง่านนับร้อยลูก ที่ตั้งอวดสายตาผู้มาเยือน รวมทั้งสัตว์ป่าหลากพันธุ์  โอบล้อมด้วยภูเขาหินปูนที่อุดมสมบูรณ์ ทั้งพันธุ์ไม้ ถ้ำและสัตว์ป่าหลากชนิด 

ข้อมูลการเดินทาง

เดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว

จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) ไปจนถึงจังหวัดชุมพร จากนั้นตรงไปตามทางหลวงหมายเลข 41 จนถึง อ.พุนพิน ตรงสี่แยก ที่สามารถเข้าจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้ ไม่ต้องเข้าตัวจังหวัด ให้ตรงไปเรื่อยๆ จนถึงแยก ท่าโรงช้าง ให้เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 401 จากนั้นประมาณ 40 กม. ก่อนจะถึง ตัว อ.บ้านตาขุน จะมีป้ายใหญ่ ของเขื่อนรัชชะประภา (เขื่อนเชี่ยวหลาน) ทางขวามือ 

จากภูเก็ต ให้ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 402 ผ่านสะพานสารสิน เข้าเขตบ้านท่านุ่น เข้าสามแยกบ้านต้นแซะไปทางขวาเข้าถนนบายพาสตรงไปพังงา หรือไม่ต้องผ่านสามแยกต้นแซะ แต่เข้าเลนซ้ายตลอด ผ่านตลาดโคกกลอยตรงไปพังงา ตรงไปจากพังงาถึงทับปุด เข้าทางหลวงหมายเลข 415 ถึง อ.ทับปุด เจอสามแยก เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมาย 4 ตรงไปประมาณ 10 กม. จะพบสามแยก ให้เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหลายเลข 415 ประมาณ 50 กม. (เขาต่อ) เมื่อถึงสามแยกที่บ้านพังกวนเหลือ ให้เลี้ยวขวา เข้าทางหลวงหมายเลข 401 เมื่อผ่าน อ.บ้านตาขุน แล้วจะมีป้ายใหญ่ ของเขื่อนรัชชะประภา (เขื่อนเชี่ยวหลาน) ทางซ้ายมือ 

จากสุราษฎร์ธานี ตามถนน2007 ไปทางถนนหมายเลข 420 มุ่งไปตำบลบางใบไม้ เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนหมายเลข 420 ใช้ AH2และถนนหมายเลข 401 ไปทาง สฎ.3062 ไปตำบลเขาวง เดินทางต่อไปบน สฎ 3062 ไปยังจุดหมายตำบลเขาพัง แล้วจะมีป้ายใหญ่ ของเขื่อนรัชชะประภา (เขื่อนเชี่ยวหลาน)

 รถโดยสารประจำทาง

  • จากกรุงเทพ กรุงเทพ-พังงา หรือ กรุงเทพ-ภูเก็ต แจ้งเจ้าหน้าที่ว่าลง ปากทางเข้าเขื่อนรัชชะประภา (เขื่อนเชี่ยวหลาน) ตรง อ.บ้านตาขุน จากสถานีขนส่งสายใต้ มีรถโดยสารประจำทาง เดินทางประมาณ 10 ชั่วโมง
  • จากปากทางเข้าเขื่อน บริเวณ อ.บ้านตาขุน สามารถเรียก มอเตอร์ไซค์รับจ้างเข้ามาส่งในเขื่อนได้ ราคา 130 บาท/คน หากมากันหลายคน ต้องลองติดต่อหารถปิคอัพหรือสองแถวที่อยู่แถวนั้น ให้ไปส่งได้ แต่อาจจะหารถยากซักหน่อย หรือ รอรถตู้ที่วิ่งจาก อ.เมืองสุราษฯ เข้าไปตลาดนัดหมู่บ้านการไฟฟ้าฯในเขื่อน จะมาทุกๆ 1 ชั่วโมง
  •  อีกเส้นทางจากกรุงเทพ กรุงเทพ-สุราษฎร์ธานี ลงรถทัวร์ที่ สถานีขนส่งสุราษฎร์ธานีแล้ว ต่อรถ 2 แถว ไปตลาดเกษตร 2 เพื่อไปขึ้น รถตู้ สุราษฎร์ฯ - เขื่อน ราคา 150 บาท รถออกทุก 1 ชั่วโมง ใช้เวลาเดินทางถึงเขื่อน 1 ชั่วโมง
    จากบ้านดอน (บ้านดอน คือชื่อ อ.เมืองสุราษฯ) เที่ยวแรก 7.00 น. เที่ยวสุดท้าย 18.00 น.
    จากเขื่อน เที่ยวแรก 6.30 น. เที่ยวสุดท้าย 16.30 น. 

    ตลาดเขื่อนคือตลาดนัด ในบ้านพักการไฟฟ้า ของเขื่อนเชี่ยวหลาน ถ้าหากจะให้ไปส่งที่ท่าเรือ ให้บอกรถตู้ไว้ตั้งแต่นั่นเนิน (อาจจะมีคิดราคาเพิ่มเล็กน้อย)
    *** อย่าหลงไปนั่งรถตู้ภูเก็ต เขาจะคิด 200 บาท และลงได้แค่ปากทางเข้าเขื่อนเชี่ยวหลาน ***

รถไฟ ขึ้นรถไฟสาย กรุงเทพฯ-สุราษฎร์ธานี ทุกวัน มีทั้งรถด่วนและรถเร็ว ลงที่สถานีรถไฟพุนพิน และนั่งรถประจำทางสายสุราษฎร์ธานี - ตะกั่วป่า – ภูเก็ต รถเที่ยวแรกที่จะไปทางเชี่ยวหลานได้ คือตอน 6.30 น หลังจากนั้นก็จะมีรถบัส รถทัวร์ ต่างๆ วิ่งอยู่ตลอด ทุกชั่วโมง  ลงรถที่หลักกิโลเมตรที่ 109 แล้วเดินหรือใช้บริการจักรยานยนต์รับจ้างเข้าสู่ที่ทำการอุทยานฯ ถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาสก  

เครื่องบิน 
นั่งรถตู้จากสนามบินไปลงตลาดเกษตร 1 แล้วไปต่อรถตู้ที่ตลาดเกษตร 2ไปลงเขื่อน ค่ารถทั้ง2ต่ออยู่ประมาณ250-300บาทต่อคน เวลาอยู่ที่ค่อยรถออกนานแค่ไหน เฉพาะวิ่งอย่างเดียวประมาณ2 ชั่วโมง  มีรถตู้ของบริษัท พันทิพย์ 1970 เบอร์โทร 077-272230,077-272906

 

 

เวลาเปิด-ปิด

ค่าธรรมเนียมในการเข้าชมสถานที่

เบอโทรศัพท์ติดต่อ

 

  • สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่อุทยานแห่งชาติเขาสกโทร. 077 395 139 หรือ 077 395 055

 

ข้อควรรู้ก่อนเดินทาง

  • ฤดูกาลที่เหมาะสม ตั้งแต่เดือน ม.ค. ถึง ก.ย. ยกเว้นในช่วงฤดูมรสุม เดือน ต.ค. ถึง ธ.ค.
  • ในเขื่อนรัชชประภา มีที่พักแบบเรือนแพของอุทยานฯ ของกรมป่าไม้ ของการไฟฟ้า และ ของเอกชนไว้บริการ
  • เวลาที่เหมาะสมในการท่องเที่ยวอยู่ที่ประมาณ 3 วัน 2 คืน น่าจะเที่ยวได้เกือบทั่วทุกแห่งหรือจะเผื่อเวลาอีกนิด เป็น 4 วัน 3 คืน ก็ดี
  • ถ้าไม่ใช่ช่วงฤดูหนาว อากาศร้อนถึงร้อนมาก ควรมีพัดลมเล็กๆติดตัวไปด้วย ไม่งันนอนไม่ได้แน่
Visitors: 97,481