เกาะเต่า

เกาะเต่า เป็นเกาะในอ่าวไทย อยู่ในเขตจังหวัดสุราษฎร์ธานี เกาะมีรูปร่างโค้งเว้าเหมือนกับเมล็ดถั่ว เกาะตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะพะงัน

 

ประวัติความเป็นมา

  เกาะเต่า ในปัจจุบันนี้ได้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่นิยมกัน แต่เชื่อมั้ยครับว่า ในอดีตเกาะเต่าได้เคยใช้เป็นสถานที่ กักขัง นักโทษ ในยุคกบฏบวรเดช เพราะว่าที่ตั้งของเกาะเต่า นั้น เป็นลักษณะทื่เป็นเกาะซึ่งโดดเดี่ยว อยู่กลาง ทะเล และยากแก่การหลบหนีของนักโทษทางการเมือง ตอนที่นักโทษในสมัย นั้นอาศัยอยู่บนเกาะเต่าทาง ผู้ควบคุมเรือนจำก็ได้ให้งานนักโทษทำไม่ว่าจะเป็นการสร้างบ้านพักให้กับ ผู้อำนวยการเรือนจำ บ้านพักข้าราชการต่างๆที่และได้สร้างแท็งน้ำขนาดใหญ่ไว้สำหรับดื่มกินและใช้ในยามจำเป็นของนักโทษที่อาศัยอยู่บนเกาะและ พนักงานข้าราชการต่างๆ ในเวลาต่อมา ได้เกิดสงครามแปซิฟิกขึ้น ทางรัฐบาล ไทยเกรงว่า ประเทศอังกฤษ จะมาเอาตัวนักโทษไป จากที่เกาะตะรุเตา ทางรัฐบาลจึงตัดสินใจ ย้าย สถานที่กักขังของนักโทษมาเป็นที่เกาะเต่า เพราะทำเล ที่ตั้งของนั้น เป็นเกาะที่โดดเดี่ยวกลางทะเล แต่ในระหว่างที่ทางรัฐบาลกำลังขนย้ายตัวนักโทษ มายังที่เกาะเต่า ด้านของเกาะเต่าเอง แท็งน้ำที่อยู่บนเกาะเต่า ได้เกิดพังทลายลงมา จึง ทำให้นักโทษที่อยู่บนเกาะเต่า นั้นขาดแคลนน้ำ ไม่มีน้ำ ทางการผู้คุมนักโทษ จึงได้สั่งให้ขุด ขุดบ่อน้ำเล็กๆ เอาไว้เพื่อให้นักโทษ ทั้งหมด54 คนที่จะต้องใช้น้ำ แต่ปรากฎว่าน้ำที่อยู่ภายในบ่อ ยังไหลออกมาไม่เพียงพอ และประกอบกับความต้องการของนักโทษ มีมากขึ้น นักโทษเลยจึง ตัดสินใจที่จะ ซื้อน้ำ มาใช้ในราคาที่เเพงมาก

    ในช่วงระยะเวลาเดือนแรกนั้น พัศดี เพี้ยน อนุโรจน์ ผู้อำนวยการเรือนจำ ผู้อำนวยการเกาะได้ให้เกียรติ และปฏิบัติต่อนักโทษการเมืองอย่างดี ตามแบบฉบับที่ควรปฏิบัติต่อนักโทษการเมือง คือ ในตอนกลางวันอนุญาตให้นักโทษการเมืองออกจากบริเวณรั้วท่องเที่ยวไปตกปลาหา พืชผักเป็นอาหารได้โดยเสรี ทั้งนี้โดยถือว่า เกาะเต่า เป็นเกาะซึ่งอยู่โดดเดี่ยวไม่มีเกาะอะไรอยู่ใกล้เคียง และมีทะเลเป็นรั้วรอบอยู่แล้ว ในเวลากลางคืนจึงได้จำกัด ให้นักโทษการเมืองอยู่ในบริเวณรั้วกั้น แต่เพียงชั่วเวลาไม่นาน การปฏิบัติต่อนักโทษการเมืองดีเกินไป ยังผลให้พัศดีเพี้ยน ผู้นี้ต้องถูกสั่งย้ายจาก เกาะเต่า โดย พันตำรวจเอกพระกล้ากลางสมร (มงคล หงสไกร) อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ขณะนั้นเห็นว่า เป็นการปล่อยปละนักโทษการเมืองเกินไป ร้อยตรีพยอม เปรมเดชา ได้มาเป็นพัศดีแทน โดยมี จ่าผ่อน หนูรักษา เป็นผู้ช่วยในทันทีที่เข้ารับตำแหน่ง เขาก็สั่งกักขังนักโทษการเมืองไว้ในเรือนขังในเวลา กลางคืน และกักให้อยู่ในบริเวณรั้วในเวลากลางวัน นักโทษการเมืองจึงหมดโอกาสที่ จะไปตกปลา หาหอย หาปู และพืชผักมาเป็นอาหาร จำต้องกินอาหารอันแร้นแค้น และขาดคุณภาพซึ่งทางเรือนจำจัดหาให้ ร่างกายจึงขาดอาหาร และผ่ายผอมอ่อนแอ จนไม่อาจต้านทานต่อเชื้อไข้จับสั่นที่เป็นมาแล้วจากเกาะตะรุเตา เมื่อได้รับเชื้อใหม่อันร้ายแรงของเกาะเต่า ซึ่งเป็นที่ๆ เพิ่งหักร้างถางพงใหม่ๆ และฝนตกชื้นเสมอ นักโทษการเมืองจึงเป็น ไข้จับสั่นกันแทบทุกคน ความคับแค้นประการสำคัญที่สุดก็คือการติดต่อส่งข่าวคราวทางจดหมายกับญาติเป็นไปด้วยความลำบากอย่างยิ่ง เพราะเรือไม่มีเชื้อเพลิงทั้งเรือดำน้ำทางฝ่ายสัมพันธมิตรก็ยุ่มย่ามมากขึ้น

    แต่ในท้ายที่สุด นักโทษทางการเมือง ในสมัยกบฏบวรเดช พ.ศ.2476 และคดีกบฏ พ.ศ.2481 ก็ได้รับพระราชทานอภัยโทษ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงการปกครอง จอมพลแปลกที่เคยเป็นนายกรัฐมนตรีก็ได้ ลาออก ไป ด้วยการแพ้คะแนนเสียงกับรัฐสภา เรื่องการสร้างนครเพชรบูรณ์ เลยจึงทำให้ นายควง อภัยวงศ์ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีแทน และได้ทรงกราบทูลขอพระราชทาน อภัยโทษให้กับนักโทษดังกล่าว หลังจากที่นักโทษได้รับการปล่อยตัวแล้ว จึงทำให้เกาะเต่า ร้างมาเป็นเวลานาน จนถึง ในปี 2490 มีชาวบ้าน ได้อพยพย้ายมาจาก เกาะสมุย และเกาะพะงัน เพื่อที่จะมาตั้งถิ่นฐาน ที่เกาะเต่า ทำให้เกาะเต่า ในเวลานั้น เริ่มเป็นที่รู้จักของชาวบ้านและชาวเดินเรือ ที่มาจอดแวะพักในตอนนั้น ทำให้เกาะเต่า มีความอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรทางธรรมชาติ ทั้งทางบก และทางทะเล โดยเฉพาะในช่วง เดือน มิ.ย.-ส.ค. ของทุกปี ก็จะมีเต่าทะเลว่ายขึ้นมาวางไข่บนทุกชายหาดของเกาะเต่า จนทำให้กลายเป็นที่มาของเกาะเต่า ชาวบ้าน ส่วนใหญ่จะมีอาชีพ ทำสวน มะพร้าว ปลูกต้นมะพร้าว และทำการประมง แต่ในระยะเวลาต่อมา เกาะเต่า แห่งนี้ได้มีชื่อเสียง เพิ่มมากขึ้น และเป็นที่รู้จักของ นักท่องเที่ยว ชาวต่างชาติ ทำให้ ชาวบ้านที่อาศัยในเกาะเต่า ปัจจุบัน หันมาทำการท่องเที่ยว แทน

สถานที่ที่ตั้ง

   เกาะเต่า เป็นเกาะในอ่าวไทย อยู่ในเขตจังหวัดสุราษฎร์ธานี เกาะมีรูปร่างโค้งเว้าเหมือนกับเมล็ดถั่ว เกาะตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะพะงัน ห่างประมาณ 45 กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ 21 ตารางกิโลเมตร และมีประชากร 1,723 คนนอกจากนี้ บริเวณใกล้เคียงมีเกาะนางยวนซึ่งเป็นเกาะเล็ก ๆ ทางทิศตะวันตะวันตกเฉียงเหนือ มีสันทรายเชื่อมต่อกับเกาะเต่าในลักษณะเหมือนทะเลแหวก เป็นแหล่งดำน้ำชมปะการัง

    พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นหินอัคนีและที่ราบเชิงเขา มีหมู่เกาะรวม 4 เกาะ พื้นที่รวม 21.03 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 13 ,144 ไร่

    พิกัด GPS : N10° 5.991’, E99° 50.386’

สถานที่ที่น่าสนใจ

เกาะเต่าสวรรค์ของนักดำน้ำกลางอ่าวไทย มีทัศนียภาพที่สวยงาม โดยเฉพาะแนวปะการัง มีอ่าว-แหลม นับสิบแห่งรอบๆเกาะ หาดทรายขาวสะอาด เม็ดทรายละเอียด น้ำทะเลใส

1.สวนหิน จปร. ตั้งอยู่ที่หมู่ 2 หาดทรายรี เกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี จะเห็นว่ามีพระปรมาภิไธยของรัชกาลที่ 5 อยู่บนผาหิน ลานหิน จปร. ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวเกาะเต่าตั้งแต่สมัยโบราณจวบจนปัจจุบัน พ่อตา จปร. เป็นชื่อที่ชาวเกาะเต่ากล่าวถึง เจ้าที่ภูมิเทพซึ่งเป็นที่เคารพสักการะ พ่อตา จปร. คือเจ้าที่ ณ แหลม จปร. ซึ่งมีศิลาจารึกพระปรมาภิไธยย่อของสมเด็จพระปิยมหาราช บริเวณริมหาดเป็นสวนหิน สามารถนั่งชมวิวพระอาทิตย์ตก และทิวทัศน์ที่สวยงามของเกาะนางยวนได้อีกด้วย

2.ชมวิวจอห์น-สุวรรณ  เป็นจุดชมวิวที่สวยงามมาก ตั้งอยู่บนจุดสูงสุด ของแหลมตาโต๊ะ ถ้ามองไปทางด้านหน้าก็จะเป็นอ่าวโฉลกบ้านเก่าและหาดเทียนออก หันหน้าเค้าหากันในลักษณะที่โค้งเว้า ลักษณะจะคล้ายกันกับ จุดชมวิวที่เกาะพีพีดอน แต่จุดชมวิวแห่งนี้ จะมีลักษณะที่ใหญ่และกว้างกว่า แล้ว ถ้ามองไปทางด้านซ้าย ก็จะเห็นอ่าวโฉลกบ้านเก่า และถ้ามองไปทางด้านขวาก็จะเห็นอ่าวเทียนออก  ที่มาของชื่อจุดชมวิวนี้ มาจาก ผู้ชาย2คนที่มีชื่อว่า จอห์นกับสุวรรณ ซึ่งเป็นบุคคลที่ค้นพบ จุดชมวิวแห่งนี้ ในระหว่าง การเดินทางไปสร้างบ้านบนยอดเขา ขณะปีนป่ายขึ้นไปยังภูเขาที่สูง ได้มองเห็นทิวทัศน์ที่สวยงาม จึงตั้งชื่อตามผู้ค้นพบ ส่วนบ้านที่คิดจะสร้างก็ต้องมีอันต้องล้มเลิกไป ด้วยสาเหตุที่ว่า ระยะทางที่จะไปนั้นชันมาก

3.อ่าวแม่หาด อ่าวแม่หาด จะมีหาดทรายสีเหลืองอมแดง ยาวประมาณ 1 กม. น้ำทะเลใสสะอาด ช่วงเวลา ที่สวยที่สุดคือตอนเวลาโพล้เพล้ หากบรรยากาศดีไร้เมฆหมอก จะเห็นพระอาทิตย์ตกน้ำที่สวยงามมาก เช่นเดียวกับหาดทรายรี และหากนักท่องเที่ยวจะพักที่อ่าวแม่หาดแห่งนี้ ก็จะสะดวกสบายในเรื่องของการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นการนั่งรถสองแถว ไปหาดทรายรี หรือ หาดแม่หาด แม้กระทั่งการลงเรือ ก็จะมีท่าเรือที่ให้บริการนักท่องเที่ยวที่จะไปเที่ยวเกาะนางยวน เที่ยวรอบเกาะเต่า หรือจะไปตกปลาและดำน้ำทะเลก็สามารถมาใช้บริการท่าเรือนี้ได้ อ่าวแม่หาด เป็นอ่าวที่อยู่บนเกาะเต่า ขึ้นไปทางเหนือเล็กน้อย นักท่องเที่ยวสามารถ เดินทางมาที่อ่าวแห่งนี้ได้ โดยการเหมาเรือ (Speed Boat) มาจากเกาะสมุย หรือเกาะพะงัน โดยใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงเท่านั้น

4.อ่าวโฉลกบ้านเก่า อ่าวโฉลกบ้านเก่าตั้งอยู่ทางทิศใต้ของเกาะเต่า เป็นอ่าวที่มีความคึกคักที่สุดในเกาะเต่า บริเวณหาดมีที่พักและร้านอาหารอยู่หลายแห่ง ตั้งอยู่ท่ามกลางทิวมะพร้าว ตัวอ่าวที่เว้าลึก ขนาบไปด้วยปลายแหลมทั้ง 2 ฝั่ง บริเวณหาดทรายมีความยาวกว่า 250 เมตร ซึ่งมีสีขาวสะอาด ลาดลงไปกับน้ำทะเล และประกอบกับ น้ำทะเลที่มีสีสวยงามและใสสะอาด เหมาะกับการเล่นน้ำ อย่างมาก และนอกจากนี้ จากหาดไปราวประมาณ 500 เมตร มีร้านอาหารบานาน่าร็อค ตั้งอยู่บริเวณไหล่เขา ภายในร้าน จะมีระเบียงที่เป็นจุดชมวิวที่สวยงาม 

5.หาดทรายรี เป็นหาดที่ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกของเกาะเต่า หาดทรายรีเป็นหาดที่มีบรรยากาศที่เงียบสงบเหมาะแก่การพักผ่อน และลงเล่นน้ำ ลักษณะของหาดทรายรีจะอยู่ห่างจาก อ่าวแม่หาด ไปทางเหนือประมาณ 2 กิโลเมตร หาดทรายรีแห่งนี้ เป์นหาดทรายที่มีความกว้างและยาวที่สุดในเกาะเต่า มีความยาวถึง 2 กิโลเมตร ขนานไปกับทิวเขาและต้นสน ประกอบกับชายหาดที่เป็นสีขาวสะอาดงามตา การเดินทาง ไปที่หาดทรายรีนั้น นักท่องเที่ยวสามารถ เดินทาง ไปได้โดยใช้เวลา ประมาณ ไม่เกิน 30 นาที ซึ่งจะเห็นทัศนียภาพที่งดงามของหาดทรายรี หรือว่า จะนั่งรถ 2 แถว ไปได้เช่นกัน โดยเสียค่าโดยสาร ประมาณ 30 บาท

6.หาดทรายแดง หาดทรายแดง เป็นหาดทรายที่ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของเกาะเต่า เป็นหาดทรายที่อยู่ติดกับหาดเทียนออก หาดทรายแเดง เป็นหาดที่ทรายเป็นสีแดงสมชื่อกับหาด ลักษณะของหาดนี้จะทอดตัว ไปตามชายทะเลประมาณ200เมตรอยู่ระหว่างแหลม ซึ่งเต็มไปด้วยหินขนาดใหญ่ทับซ้อนกันอยู่จึงเหมาะกับการเล่นน้ำช่วงตรงกลางอ่าวซึ่งเป็นหาดทราย หาดทรายแดงแห่งนี้เหมาะที่จะเล่นน้ำในช่วงเดือน ม.ค.-มี.ค และ ส.ค.-ธ.ค.ซึ่งระดับน้ำจะมีมาก ขณะที่เดือน เม.ย ถึง พ.ค ระดับน้ำจะแห้ง และเดือนที่เหลือระดับน้ำจะขึ้นลงตามช่วงข้างขึ้นข้างแรม หน้าหาดมองเห็นเกาะกงทรายแดงหรือชาวบ้าน เรียกกันทั่วไป ว่าเกาะฉลาม ซึ่งโดยรอบบริเวณจะเป็นที่อยู่อาศัย ของฉลามครีบดำ ซึ่งไม่ทำอันตรายนักท่องเที่ยว

7.อ่าวเทียนออก  อ่าวนี้อยู่ถัดมาจากอ่าวโฉลกบ้านเก่า รูปร่างอ่าวกว้างๆ มีหาดทรายแดงอยู่ปลายแหลม ถ้าอยากเห็นอ่าวแบบเต็มๆตา ต้องขึ้นไปหลังอาวบนเนินเขามุมสูง มองลงมาเห็นโค้งอ่าวสวยงามมาก มาที่กลางอ่าวเดินลงหาดทรายขาว หาดนี้มีชื่ออีกอย่างว่าเป็นจุดดูฉลามที่ง่ายที่สุด ริมหาดมีร้านให้เช่าหน้ากากดำน้ำ ฟิน ชูชีพราคาชิ้นละ 50 บาท ทะเลที่อ่าวเทียนออกลาดเอียงลงไป ว่ายออกไปสัก 10 เมตรก็จะเริ่มเห็นฉลาม มีตั้งแต่ขนาดเล็กจนถึงไซด์คุณพ่อคุณแม่ฉลาม ฉลามที่เจอเป็นฉลามที่คุ้นเคยกับคนมานาน

8.อ่าวลึก บริเวณ อ่าวลึกมีแนวปะการังน้ำตื้นที่สวยงาม อุดมด้วยปะการังและสัตว์น้ำนานาชนิด เหมาะสำหรับการพักผ่อน เล่นน้ำและดำน้ำ พร้อมร้านอาหารและที่พักเปิดให้บริการ สามารถเดินทางไปได้ทั้งทางรถและทางเรือ อ่าวลึก ถือเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามมากๆ             แห่งหนึ่ง อ่าวลึก มีแนวปะการังน้ำตื้นและปลาน้อยใหญ่ในแนวปะการัง มีความลึกประมาณ 12 เมตร เป็นจุดดำน้ำที่สวยงามแห่งหนึ่งของเกาะเต่า ที่มาของชื่อ อ่าวลึก นั้นมาจากการที่อ่าวมีความโค้งเว้ามาก และมากที่สุดในเกาะเต่า ส่วนเส้นทางที่จะไปนั้นค่อนข้างลำบาก เป็นถนนลูกรังและลาดชัน ต้องใช้รถโฟร์วีลเท่านั้นจึงจะไปถึงที่หมายได้

9.อ่าวหินวง อ่าวหินวง อยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะเต่า ห่างจากอ่าวแม่หาดประมาณ 2.5 กิโลเมตร เป็นอ่าวหินที่อยู่ในเกาะเต่าเป็นอ่าวที่มีปลายแหลมทั้ง 2 ข้างโค้งเข้าหากัน อ่าวนี้ จะไม่มีหาดทราย จะมีหินขนาดใหญ่ตั้งอยู่เรียงรายทับซ้อนกันจนได้ชื่อว่า อ่าวหินวง ในช่วงตอนเช้า จะเป็นช่วงที่พระอาทิตย์ขึ้น ทางตะวันออกของเกาะที่สวยงาม อ่าวหินวง จะเป็นจุดที่มีเรือท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวนิยมมาจอด ดูปะการัง และหอยมือเสือ เนื่องจากน้ำทะเล มีความใสมาก เป็นจุดดำน้ำที่ดีแห่งหนึ่ง และประกอบกับ ลักษณะของอ่าว จะมีรูปทรง เป็นลักษณะที่โค้งเว้า จึงไม่ได้รับอิทธิพล จากมรสุมมากนักทำให้ประการังยังคงสภาพสมบูรณ์มาก นักท่องเที่ยวสามารถเดินทาง ไปได้โดย ขึ้นรถสองแถว เสียคนละ 50 บาท หรือว่าจะนั่งเรือหางยาวไปก็ได้ โดยคิดค่าเรือคนละ100บาท แต่จะไม่แนะนำให้นักท่องเที่ยว ขี่มอเตอร์ไซต์ไปเอง เนื่องจากระยะทางที่ไปอ่าวนั้นเป็นระยะทางที่เป็นถนนลูกรัง อาจจะเกิดอันตรายได้

 

10.แหลมตาโต๊ะ แหลมตาโต๊ะ ตั้งอยู่ทางตะวันออกของอ่าวโฉลกบ้านเก่า และเป็นแหลมที่ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของเกาะเต่า เป็นจุดชมวิวที่สวยงาม และมีหาดเล็กๆ ที่เงียบสงบ อยู่ทั้งหมด 4 หาด และนอกจากนี้ หินตาโต๊ะยังเป็นหินที่เป็นสัญลักษณ์ของเกาะเต่าอีกด้วย หากนักท่องเที่ยวมาจาก ตะวันออก จะผ่านอ่าวตาสมซึ่งจะมีชายหาดที่มีขนาดเล็ก เพียง 40 เมตร คือ หาดตาโต๊ะเล็ก หาดตาโต๊ะกลาง และหาดตาโต๊ะใหญ่ ตามลำดับ บริเวณหาดตาโต๊ะกลางและหาดตาโต็ะใหญ่ จะมีหินขนาดใหญ่กั้นอยู่ จึงทำให้นักท่องเที่ยวไม่สามารถเดินต่อไปได้ ต้องนั่งเรือข้ามไป หาดตาโต๊ะกลาง เป็นชายหาดที่มีขนาดเล็ก มีความยาวประมาณ 50 เมตร บริเวณหน้าหาด ไม่ลึกมาก และพอมีแนวประการังให้ชม นอกจากนี้ถัดมาทางทิศตะวันตกของแหลมตาโต๊ะ ก็จะเป็นอ่าวโฉลกบ้านเก่า ซึ่งเป็นอ่าวที่สวยงามของชายหาดเกาะเต่า หรือนักท่องเที่ยวที่อยากจะใกล้ชิดกับปลาฉลาม ถัดลงมาทางทิศตะวันออก ก็จะเป็น อ่าวเทียนออก ซึ่งเป็นที่ตั้งจุดShark Point ของเกาะเต่า

 

 

เกาะเต่า สุดยอดแหล่งดำน้ำอันดับหนึ่งในเอเชีย

  “เกาะเต่า” ด้วยมนต์เสน่ห์ของโลกใต้ท้องทะเลสีเขียวมรกต แนวปะการังที่สวยงามและอุดมสมบูรณ์ ทำให้ในแต่ละปีจะมีเหล่านักท่องเที่ยวมาเพื่อดำน้ำตื้นและน้ำลึกไม่น้อยกว่า 700,000 คน จนอาจบอกได้ว่า “เกาะเต่า” คือที่ดำน้ำอันดับหนึ่งในภูมิภาคเอเชีย และเป็นเพียงไม่กี่แห่งของประเทศไทยที่มีศักยภาพในการสอนดำน้ำขั้นสูงถึงขั้น Instructor ซึ่งเป็นที่ผลิตนักเรียนดำน้ำในแบบสกูบ้า ตามหลักสูตรของ Padi ประเทศสหรัฐอเมริกาจำนวนมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

“กองหินตุ้งกู” จุดดำน้ำลึกที่มีความสวยงามมากจุดหนึ่ง ดำลงไปเพียงไม่กี่เมตร จะพบฝูงปลาหูช้างขนาดใหญ่ที่ว่ายขึ้นมาต้อนรับอย่างอบอุ่นเป็นกันเอง เมื่อดำลงไปจนถึงพื้นทรายเบื้องล่างจะพบกอปะการังดำหลากหลายสีสันที่มีความอุดมสมบูรณ์มาก ลักษณะของหินใต้น้ำดูคล้ายกับสโตนเฮนจ์วางตัวเรียงรายอยู่ใต้พื้นมหาสมุทร และที่ตื่นตาตื่นใจที่สุดคือฝูงปลาข้างเหลืองขนาดใหญ่เป็นแสนๆ ตัวที่รายล้อมว่ายเวียนไปมาให้ได้ชมความสวยงามกัน

“กงชุมพร” จุดดำน้ำที่มีแนวปะการังสวยงามมากมาย อีกทั้งยังเหล่าสัตว์น้ำมากมายหลายชนิด และหากคุณโชคดีก็จะได้ใกล้ชิดกับฉลามวาฬตัวใหญ่ที่แหวกว่ายช้าๆ แวะเข้ามาทักทาย

“กงหินวง” จุดดำน้ำที่ได้รับความนิยมมาก เพียงแค่สวมแว่นตาว่ายน้ำหรือหน้ากากสน็อคเกอร์คุณก็สามารถเห็นปะการังสวยงามได้อย่างชัดเจน เพราะที่นี่มีความลึกแค่ 3-12 เมตร อีกทั้งยังมีปะการังหลายสายพันธุ์ ซึ่งจุดดำน้ำจุดนี้จะมีขนาดกว้างมาก สามารถพบปลากระเบนราหู ปลาคูปเปอร์และปลาอีกหลายชนิดว่ายเวียนวนให้ชมความน่ารักของมันกันอย่างเต็มอิ่ม

 “กงหินขาว” ห่างจาก “เกาะนางยวน” เพียงไม่กี่ร้อยเมตร มีระดับความลึก 6-22 เมตร เป็นอีกแหล่งปะการังน้ำตื้นที่สวยงามให้ได้ดำน้ำชมกัน

“กงทรายแดง” จุดที่เหมาะอย่างมากสำหรับการดำน้ำตื้นและน้ำลึก มีแนวปะการังสวยงามอ่อนนุ่มหลากหลายสีสีน ดงปะการัง ปะการังเส้น กัลปังหา และฟองน้ำ มีระดับความลึกตั้งแต่ 5 เมตร และลาดลงไปจนถึง 20 เมตร นอกจากปะการังสวยงามยังมีฝูงปลาสวยงามหลากชนิดให้ได้ชมอีกด้วย

 “หินใบ” ภูเขาหินใต้น้ำที่โดดเดี่ยวตั้งอยู่ระหว่างเกาะเต่ากับเกาะพะงัน จุดดำน้ำอีกจุดที่ห้ามพลาด ระดับความลึก 9-30 เมตร ใต้ท้องทะเลจะพบกับกำแพงหินที่ปกคลุมด้วยแส้ทะเล มีเหล่าปลาคูปเปอร์จำนวนมากซ่อนตัวอยู่ภายในล่องหิน รอบๆ บริเวณมีฝูงปลากะพงข้างปานขนาดมหึมาแหวกว่ายไปมาร่วมกับฝูงของปลาหางแข็งและปลาต่างๆ มากมาย บางฝูงยังไปซ่อนตัวอยู่ในซากเรืออับปางดูสวยงามลึกลับน่าค้นหาเป็นอย่างยิ่ง จุดสูงสุดของเขาหินใต้ทะเลนี้เป็นยอดหินที่ยื่นขึ้นมาสูงประมาณ 15 เมตร แหล่งอาศัยของปะการังและต้นไม้บางชนิดที่มีสีสันฉูดฉาดแปลกตา

 

การเดินทาง

สามารถเดินทางโดยเรือได้ 4 เส้นทาง

1.เกาะเต่า-เกาะพะงัน ระยะทาง 45 กิโลเมตร

2.เกาะเต่า-เกาะสมุย ระยะทาง 60 กิโลเมตร

3.เกาะเต่า-สุราษฏร์ธานี ระยะทาง 110 กิโลเมตร

4.เกาะเต่า-ชุมพร ระยะทาง 75 กิโลเมตร

ข้อควรรู้ก่อนออกเดินทาง

  • ช่วงที่อากาศดีที่สุดคือเดือนมกราคม-พฤษภาคม และที่เกาะนางยวนจะมีจุดชมวิวทิวทัศน์สวยงามมาก
  • ก่อนไปควรตรวจสอบสภาพอากาศและกระแสน้ำให้ดีก่อน และควรซื้อตั๋วเรือแบบไปกลับ
  • ระวังไปเหยียบโดนปะการังโดยเฉพาะจุดที่มีกระแสน้ำแรง ช่วยกันเก็บขยะหากพบเห็น และอย่านำเปลือกหอยหรือปะการังชนิดต่างๆ กลับมาเป็นของตนเอง

สิ่งอำนวยความสะดวก

ห้องน้ำ ที่พัก ร้านค้า ร้านอาหาร โรงเรียนสอนดำน้ำ เรือให้เช่า

Visitors: 97,203