วัดฉลอง

ประวัติความเป็นมาวัดฉลอง

เป็นวัดเก่าแก่ ไม่มีบันทึกที่แน่ชัดว่าสร้างขึ้นเมือใด แต่มีบันทึกในสมัยรัชกาลที่ 3 เดิมมีชื่อว่า "วัดฉลอง" พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ได้ทรงเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น "วัดไชยธาราราม"

วัดฉลอง หรือ วัดไชยธาราราม เป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไป จากเรื่องราว ความศักดิ์สิทธิ์ และคุณความดี ของ หลวงพ่อแช่ม วัดฉลอง ในการเป็นที่พึ่ง ให้แก่ชาวบ้าน ในการต่อสู้กับพวกอั้งยี่ (พวกจีนที่ก่อการกบฏ) ทั้งนี้ขอเล่าย้อนให้ฟังกันเลยแล้วกันนะ คือหลวงพ่อท่านได้มอบ ผ้าประเจียดสีขาว ให้ชาวบ้านทุกคนโพกหัว เพื่อเป็นขวัญ และกำลังใจ ในการต่อสู้ จนชนะพวกอั้งยี่ได้ (ตอนนั้นพวกอั้งยี่เรียกชาวบ้านว่า "พวกหัวขาว") ภายหลังรัชกาลที่ 5 จึงโปรดเกล้าพระราชทาน สมณะศักดิ์แก่หลวงพ่อแช่ม วัดฉลอง เป็น พระครูวิสุทธิวงศาจารย์ญาณมุนี ซึ่งท่านก็เป็นที่เคารพเลื่อมใส ของชาวภูเก็ต ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เมื่อมีเรื่องทุกข์ร้อนใด ก็พากันมาบนบาน ให้หลวงพ่อ ช่วยเหลือเสมอ และอีกอย่างที่เราเคยได้ยินได้ฟังมาก็คือ ไม้เท้าของท่านศักดิ์สิทธิมาก ใครมีปาน หรือไฝในบริเวณที่ไม่พึงปรารถนา (ไม่สวย) ก็มาขอเอาไม้เท้าของท่านไปจิ้ม แล้วไฝ หรือปานนั้นก็จะไม่ใหญ่ขึ้น และค่อยๆ จางไปเอง (อันนี้ขึ้นอยู่กับ ความเชื่อส่วนบุคคล นะจ๊ะ)


นอกจากหลวงพ่อแช่มแล้ว ที่วัดฉลองยังมี หลวงพ่อช่วง และหลวงพ่อเกลื้อม ที่ชาวบ้านเคารพ ศรัทธาเลื่อมใสเช่นกัน โดยนอกจากความศักดิ์สิทธิแล้ว ท่านทั้งสองยังมีชื่อเสียงทางด้าน การปรุงสมุนไพร และรักษาโรคด้วย ดังนั้นแม้ท่านได้มรณภาพไปแล้ว ชาวบ้านที่มีเรื่องทุกร้อน ก็ยังคงมากราบไหว้ บนบานไม่ขาดสาย

 

สถานที่ตั้ง

หมู่ที่ 6 ตำบลฉลอง อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต 83000

 

การเดินทาง

รถยนต์      :โดยรถยนต์ส่วนตัว จากตัวเมืองภูเก็ตใช้ถนนเจ้าฟ้าตะวันตก ลงมาทางอ่าวฉลอง เลี้ยวซ้ายเข้าซอยหลวงพ่อแช่ม จุดสังเกตซอยนี้เป็นสี่แยกไฟแดงขนาดเล็ก ตรงข้ามกับโรงเรียนบ้านฉลอง ขับตามทางไปเรื่อยๆ จะเจอกับทางเข้าวัด ถ้าเลี้ยวเข้าซอยหลวงพ่อแช่มไม่ทันก็สามารถเข้าวัดได้ที่ซอยถัดไป

รถโดยสาร :โดยรถประจำทาง ขึ้นสองแถวสาย ภูเก็ต – อ่าวฉลอง ที่วงเวียนน้ำพุ ตัวเมืองภูเก็ต

 
 

ความน่าสนใจ

สมัยรัชกาลที่ 5 พระครูวิสุทธิวงศาจาริย์ญาณมุนี (หลวงพ่อแช่ม) เป็นเจ้าอาวาส มีชื่อเสียงการปรุงสมุนไพร และรักษาโรค เข้าเฝือกผู้ป่วยกระดูกหัก ปัจจุบันพระครูวิสุทธิวงศาจาริย์ญาณมุนี ได้มรณภาพแล้ว

เจ้าอาวาสวัดสัมโพธิหาร (วัดสัมโพธิหาร เดิมชื่อ วัดป่าอรัญนิรมล ประเทศศรีลังกา) ได้กล่าวว่า พระบรมสารีริกธาตุที่ได้มอบให้วัดไชยธาราราม เคยอยู่ในเจดีย์ของเมืองอนุราชปุระ เมืองหลวงเดิมของศรีลังกา มีอายุกว่า 2,200 ปี มาแล้ว วโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมายุครบ 72 พรรษา พระเถระชั้นผู้ใหญ่ของศรีลังกาคือ พระปิยะทัสสะ นายะกะเถโร และพระกุศลาธรรมา แห่งวัดสัมโพธิวิหาร ได้มีหนังสือกราบทูลสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายก เสด็จเยือนศรีลังกา เพื่อรับการถวายพระบรมสารีริกธาตุ
วันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2542สมเด็จพระสังฆราชมีพระบัญชาให้ พลเอก มงคล อัมพรพิสิฏฐ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดไปรับพระบรมสารีริกธาตุ ณ วัดสัมโพธิวิหาร ประเทศศรีลังกา และอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุกลับมาถึงประเทศไทย พ.ศ. 2543 สมเด็จพระสังฆราชได้ประทาน พระบรมสารีริกธาตุอัญเชิญมาจากศรีลังกา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต เพื่ออัญเชิญมาประดิษฐาน ณ วัดไชยธาราราม (วัดฉลอง) อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต เพื่อเป็นสิริมงคลแก่พุทธบริษัทในจังหวัดภูเก็ตและบริเวณฝั่งอันดามัน

ค่าเข้าชมสถานที่

-ไม่มีค่าธรรมเนียม

เวลาเปิดปิด

เวลาทำการ : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:00-17:00 น.

 

 
โบราณสถาน
 

การประพฤติตัวและการแต่งกาย

เช่นเดียวกับวัดอื่นๆทั่วไป จะต้องมีการเข้มงวดในเรื่องของการแต่งกายที่จะต้องปฏิบัติตาม

1. ไม่อนุญาตให้สวมใส่รองเท้าเข้าภายในบริเวณที่กำหนด

2. ผู้หญิงจะต้องมีผ้าคลุมไหล่และสวมใส่กางเกงหรือกระโปรงที่ยาวลงไปถึงหัวเข่า

3. ไม่พูดจาเสียงดังภายในวัด ไม่สัมผัสรูปปั้นหรือพระพุทธรูปต่างๆที่อยู่ในวัด

 
Visitors: 151,271